7 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนไปสักลายครั้งแรก

     สักลาย ถือว่า เป็นอีกหนึ่งศิลปะที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ฉะนั้น เราทุกคนจะต้องรู้วิธีป้องกัน พร้อมกับดูแลร่างกายทั้งก่อนที่จะไปสัก และภายหลังจากการ สักลาย เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV และโรคติดต่อทางผิวหนังอื่น ๆ เพราะโรคที่จะแทรกซ้อนมาอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต เหมือนที่มีให้เห็นในข่าวบ่อย ๆ สำหรับ 7 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนไปสักลายครั้งแรก จะมีวิธีเตรียมตัวอย่างไรถึงจะปลอดภัย มาดูกัน

7 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนไปสักลายครั้งแรก

หนึ่ง 7 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนไปสักลายครั้งแรก

1. เลือกร้าน และช่างสักที่มีมาตรฐาน

     สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ รวบรวมข้อมูลร้าน สักลาย ให้ดี และละเอียดที่สุด โดยจะต้องตรวจสอบให้ชัดในเรื่องของความสะอาด อุปกรณ์ที่ใช้สักได้มาตรฐานหรือไม่ และช่างสักมีประสบการณ์มากแค่ไหน บอกเลยว่า อย่าตัดสินใจโดยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ยิ่งมีราคาถูกแล้วก็ต้องมีความปลอดภัยด้วย เพราะราคาถูกแบบนี้คุณภาพต้องมาก่อน

2. ตรวจสอบโรคประจำตัว

     ต่อมา ทุกคนจะต้องตรวจเช็คตัวเองให้ดีว่า มีโรคประจำตัวหรือไม่ เช่น โรคหัวใจ โรคผิวหนัง หรือโรคความดันโลหิตสูง ต้องบอกก่อนว่า ตอน สักลาย คุณจะต้องอดทนกับความเจ็บปวดเป็นเวลานาน บางลายต้องใช้เวลาสักทั้งวัน อาจจะเกิดอาการช็อกกะทันหันได้ ดังนั้น จะต้องแจ้งช่างสักทุกครั้ง สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน มีเกล็ดเลือดต่ำ และผิวหนังแพ้สารเคมี ให้หลีกเลี่ยงการสัก เพราะเลือดจะไหลเยอะมาก ๆ แผลหายช้า แถมยังเสี่ยงต่อการติดโรคแทรกซ้อนด้วย บางคนร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

3. เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม

     หลักจากที่คุณลงเข็มเสร็จต้องดูแลอย่างดี และใช้อุปกรณ์หลายอย่างมาก ๆ ดังนั้น คุณควรเตรียมอุปกรณ์มาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ สิ่งที่จำเป็นมีดังนี้ 1. วาสลีน นำมาใช้ทาแผลเพื่อป้องกันการเสียดสี เพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันแบคทีเรีย 2. สบู่ต้านเชื้อแบคทีเรีย ใช้ชะล้างทำความสะอาด 3. ผ้าก๊อซ สำหรับเช็ดแผล และที่สำคัญต้องเตรียมเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายมาไว้ใส่ตลอดทั้งอาทิตย์ เพื่อป้องกันอาการอักเสบ และการติดเชื้อ

4. ใน 24 ชั่วโมงแรก

     ตามปกติแล้ว ช่าง สักลาย จะนำวาสลีนมาทาให้ก่อน และปิดแผลด้วยการใช้พลาสเตอร์ใสหลังจากสักเสร็จ ซึ่งเป็นการป้องกันแผลติดเชื้อ เมื่อปิดครบ 24 ชั่วโมง คุณจะต้องเปิดแผลออกมาทำความสะอาดด้วยสบู่ จากนั้นเช็ดแผลให้แห้ง ดังนั้น คุณต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะช่วงนี้จะมีน้ำเหลือง และเลือดไหลซึมอยู่ จากนั้นให้ทาวาสลีนซ้ำ ไม่ต้องปิดพลาสเตอร์ใส ปล่อยให้แผลแห้งเองตามธรรมชาติ

สอง 7 สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนไปสักลายครั้งแรก

5. 1 สัปดาห์หลังสักลายเสร็จ

     ถือว่า เป็นช่วงที่ร่างกายอยู่ในระหว่างการฟื้นตัว จะสังเกตเห็นว่า ผิวหนังรอบ ๆ รอยสักจะมีสีแดงคล้ำ และเริ่มตกสะเก็ด แน่นอนว่า มันเป็นอาการปกติ แต่ต้องดูแลทำความสะอาดเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และหมั่นทาครีมบำรุงผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น สำหรับช่วงนี้ห้ามแกะสะเก็ดแผล หรือเกาแรง ๆ นะคะ เพราะจะทำให้แผลเปิดออก และติดเชื้อจากเล็บได้ง่ายมาก ๆ

6. ดูอาการผิวหนัง

     หลังจากที่คุณ สักลาย ผ่านสัปดาห์แรกไป อะไร ๆ ก็เริ่มดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน และตรวจเช็คผิวหนังโดยรอบให้ดี ถ้าคุณสังเกตเห็นว่า มีอาการบวมแดง และรู้สึกปวดตึงเจ็บผิดปกติเวลาที่สัมผัส หรือมีของเหลวไหลออกมา ให้รีบไปพบแพทย์ผิวหนังทันที เพราะผิวหนังอาจจะติดเชื้อร้ายแรง

7. ตรวจเลือดหลังจากผ่านไปแล้ว 15-20 วัน

     ต้องบอกก่อนว่า หนึ่งในโรคที่น่ากลัวที่สุดจากการ สักลาย ก็คือ การติดเชื้อ HIV เพราะเป็นเชื้อไวรัสที่รุนแรงมันจะเข้าไปทำลายเซลล์ต่าง ๆ ในระบบภูมิคุ้มกัน และกว่าจะแสดงอาการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี บอกเลยว่า ตอนนั้นอาจจะร้ายแรงมา และรักษายาก ที่สำคัญวงการแพทย์ได้พัฒนา NAT (Nucleic Acid Amplification Testing) วิธีตรวจเชื้อ HIV อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถตรวจได้เริ่มตั้งแต่ 15 วันเป็นต้นไป ฉะนั้น ทุกคนที่ได้ลงเข็มมาควรเข้ารับการตรวจสักครั้ง เพื่อความแน่ใจ

     เมื่อคุณได้อ่าน และทำความเข้าใจการเตรียมตัวก่อนสัก และหลัง สักลาย แล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และโรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่สำคัญจะต้องเลือกช่างสักที่มีประสบการณ์ด้วยนะคะ จะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาด และถ้าเกิดจะได้แก้ไขทันเวลา

ขอแนะนำบทความ แจกวิธีรักษาสิวทั้ง 6 ประเภท เพราะว่า สิวที่ขึ้นอยู่บนใบหน้าของเรานั้น มีสิวประเภทใด และสิวแต่ละประเภทนั้น จะมีวิธีรักษาที่แตกต่างกันออกไปนะคะ เราเลยจะมาบอกวิธีรักษาสิวให้ทุกคนได้นำไปใช้กัน เพื่อให้ใบหน้าของเรา กลับมาเนียนสวย สดใสค่ะ

และเรายังมีบทความที่น่าสนใจ อย่าง เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ระดับโลก แบบออนไลน์ ฟรี! ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิดแบบนี้ ทำให้เราไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ ในบทความนี้เลยจะชวนทุกคนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ระดับโลก แบบออนไลน์กันค่ะ